สลด ชายวัย 65 ปี กินหมูดิบ ป่วยไข้หูดับ หามเข้าไอซียู เสียชีวิต โรงพยาบาลน่าน เผย ไทม์ไลน์สอบสวนโรคกินเมนูอะไรมา ก่อนสิ้นใจ เตือนประชาชน วันที่ 10 ต.ค.2567 นพ.วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เตือนภัยประชาชนชื่นชอบนิยมกินลาบหมูดิบ เสี่ยงเป็น “โรคไข้หูดับ” อันตรายถึงชีวิต ซึ่งล่าสุดจังหวัดน่านมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 65 ปี เข้ารักษาด้วยอาการแน่นท้อง ร้าวขึ้นอก มีถ่ายเหลวเป็นน้ำจากการสอบสวนโรค ทราบว่าเมื่อ 1-2 สัปดาห์ก่อนป่วย มีประวัติรับประทานลาบหมูดิบ จากนั้นมีอาการไม่สบาย และเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2567 ไปรับการตรวจรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่ง อาการไม่ทุเลา จึงมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลน่าน จากนั้นผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น.ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Suis ซึ่งเป็นสาเหตุของ “โรคไข้หูดับ” ได้รักษาตัวที่หอผู้ป่วยหนัก (ICU.) และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมานี้..ทั้งนี้ โรงพยาบาลน่าน ห่วงใยในสุขภาพของพี่น้องประชาชน จากกรณีดังกล่าวจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Suis ซึ่งเป็นสาเหตุของ “โรคไข้หูดับ” ซึ่งพบอยู่ในทางเดินหายใจ และในเลือดของหมูที่กำลังป่วยสามารถติดต่อสู่คนได้จากการสัมผัสโดยตรงกับหมูที่ติดเชื้อ ทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา และการรับประทานเนื้อหมู หรือเลือดของหมูที่ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆโดยอาการของโรค มักมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดตามข้อ มีจ้ำเลือดตามตัว และตามผิวหนัง ซึม คอแข็ง ชัก เชื้อสามารถลุกลามไปยังบริเวณปลายประสาทรับเสียง และปลายประสาททรงตัว เมื่อเชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง ทําให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งสามารถทำให้เกิดการสูญเสียทางการได้ยิน จนถึงหูหนวกถาวร หรือเสียชีวิตอย่างไรก็ตาม การป้องกัน โรคไข้หูดับ มีวิธีและแนวทางในการป้องกัน ด้วยการต้องรับประทานเนื้อหมูหรือเลือดหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น โดยปรุงให้สุกผ่านความร้อนมากกว่า 70 องศาเซลเซียส ไม่ควรรับประทานหมูดิบ ร่วมกับการดื่มสุรา ส่วนอาหารปิ้งย่าง ต้องมีอุปกรณ์คีบเนื้อหมูสุกและดิบแยกจากกัน ไม่ควรใช้ตะเกียบคีบหมูดิบ แล้วนำมารับประทานยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” และเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาของหมู และสำหรับผู้ที่จะต้องสัมผัสหมูโดยตรง เช่น ผู้เลี้ยงหมู ผู้ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ สวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน ซึ่งหากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง
โพสต์โดย : จัดมา เมื่อ 10 ต.ค. 2567 20:39:40 น. อ่าน 151 ตอบ 0
ปิดโฆษณานี้